วิธีการนำสุนัขขึ้นเครื่องบินภายในประเทศ

 
 
การนำสุนัขของคุณขึ้นเครื่องบิน บินไปพร้อมกับคุณนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่คุณต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ด้วยการสอบถามไปที่สายการบินที่คุณจะใช้บริการในการโดยสาร บางสายการบินต้องซื้อตั๋วเดินทางแยกสำหรับสุนัขของคุณ บางแห่งก็ไม่ต้อง คุณต้องทราบข้อกำหนดเหล่านี้ทั้งหมด
 

ภายในประเทศไทย
การบินไทย : น้ำหนักสัตว์รวมกรง ไม่เกิน 10 กิโลกรัมหิ้วขึ้นในห้องโดยสารได้
บางกอกแอร์เวย์ส : โหลดลงใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น
นกแอร์ : โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 200 บาท
แอร์เอเชีย : ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบิน หรือ โหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ข้อกำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลง
เช่นในเที่ยวบินแต่ละเที่ยวจะมีการจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยง เป็นต้น
ดังนั้นยังไงก็ตามคุณควรจะต้องตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดก่อนทุกครั้ง

 

เคล็ดลับในการส่งสัตว์เลี้ยงเดินทางโดยเครื่องบิน
1.ควรติดต่อสายการบินล่วงหน้า เพราะแต่ละเที่ยวบินมีการจำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงที่จะไปกับเที่ยวบิน
2.ให้อาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนถึงสนามบิน
3.กล่องเดินทางสำหรับสัตว์เลี้ยง ทำด้วยวัสดุแข็งแรง กล่องต้องมีขนาดความกว้างพอให้สุนัขหมุนตัว มีความสูงเลยศีรษะสุนัขขณะยืนประมาณ 1 คืบฝ่ามือ ฝึกสอนสัตว์เลี้ยงให้เคยชินกับการเข้ากล่องล่วงหน้า พร้อมขวดน้ำดื่มติดตั้งบริเวณกล่อง
4.ให้สัตว์เลี้ยงของคุณวิ่งเล่น ออกกำลังกาย ก่อนนำเข้ากล่องเดินทาง เพื่อสัตว์เลี้ยงจะได้ผ่อนคลาย และเหนื่อย
     (จะได้นอนพัก)
5.ตรวจสอบเอกสารให้ครบถ้วนก่อนเดินทางไปสนามบินทุกครั้ง

 

ต่างประเทศ
-คุณจะต้องติดต่อไปยังสถานทูตของประเทศที่จะเดินทางไป
-สุนัขจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนพร้อมมีหลักฐานยืนยัน
-อายุของสุนัจต้องเกิน 3 เดือน
-ต้องนำสุนัขของท่านไปฝังไมโครชิพ  iso 11784 หรือ 11785 ที่โรงพยาบาลสัตว์
  และต้องขอแบบฟอร์มภาษาอังกฤษ
-ต้องพาสุนัขไปตรวจเลือด หากไปประเทศในกลุ่มอียู มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็นห้องแลปที่ได้รับการรับรอง
  โดยกลุ่มประเทศอียูเท่านั้น
-ส่งเอกสารที่จำเป็นของแต่ละประเทศไปให้ผู้นำเข้าที่ประเทศปลายทาง ส่งทางแฟกซ์หรืออี-เมล์
  ผู้นำเข้านำเอกสารไปขอใบ Import permit
-ให้ผู้นำเข้าส่งใบ Import permit มาให้เรา ทางแฟกซ์หรืออี-เมล์

เมื่อได้ใบนำเข้าและ ผลเลือดเรียบร้อย ต้องกรอกเอกสารของประเทศที่จะเดินทางไป  โดยต้องระบุรายละเอียดของสุนัข เจ้าของ วันที่ฉีดวัคซีน ฝังไมโครชิป ตรวจเลือด และรับรองผลการตรวจเลือดโดยสัตวแพทย์ของรัฐ ซึ่งกรณีนี้ ให้ติดต่อที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เขตปลอดอากร เพื่อขอใบ Export permit และใบรับรองสุขภาพสัตว์ (ถ้าเจ้าของไม่ได้เดินทางไปเอง ควรมีตัวแทน shipping ช่วยเดินเรื่องให้ เพราะต้องมีกำหนดเที่ยวบินด้วย) ทำการติดต่อสายการบิน เมื่อได้รหัสเที่ยวบินแล้ว เราต้องส่งรหัสนี้ไปให้ผู้นำเข้า(ปลายทาง) ไปติดต่อ confirm กับสายการบินก่อนจึงจะส่งออกได้ จัดเตรียมกล่องใส่สุนัขสำหรับเดินทางโดยเครื่องบินให้พร้อม กล่องต้องมีขนาดความกว้างพอให้สุนัขหมุนตัว มีความสูงเลยศีรษะสุนัขประมาณ 1 คืบฝ่ามือ  ฝึกให้สุนัขเคยชินกับการเข้ากล่อง

 

ขั้นตอนการส่งสัตว์ออกนอกราชอาณาจักร
1. มีหนังสืออนุญาตให้นำเข้าสัตว์จากประเทศปลายทาง ( Import permit) พร้อมเงื่อนไขการนำเข้า
( Requirement) ซึ่งต้องมีรายละเอียด ดังนี้
.- ชนิดของสัตว์ เพศ พันธุ์ อายุของสัตว์ที่อนุญาตให้นำเข้า
.- ชนิดของวัคซีนและระยะเวลาการฉีดวัคซีน
.- การตรวจรับรองเพิ่มเติม เช่น ระดับภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้า ต้องไม่ต่ำกว่า 0.5 IU/ml. ผลการตรวจโรคไข้หวัดนก เป็นต้น (แล้วแต่ประเทศปลายทางกำหนด)
.- สัญลักษณ์ประจำตัวสัตว์ เช่น รอยสัก , ไมโครชิพ
.- ข้อห้ามอื่น ๆ ห้ามตัดหู , ตัดหาง

2. ผู้มีความประสงค์ส่งออกสัตว์
.- จะต้องติดต่อขออนุญาต ณ ด่านกักกันสัตว์ที่ประสงค์จะส่งออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เช่น ท่าอากาศยานกรุงเทพ เชียงใหม่ , ภูเก็ต ฯลฯ โดยกรอก คำร้องแบบ ร.1/1
.พร้อมยื่นเอกสารประกอบ
.- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน , สำเนาทะเบียนบ้าน , หรือสำเนาหนังสือเดินทาง
.- สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีบริษัท , ห้างหุ้นส่วน)
.- หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ
.- สมุดรับรองกรณีการฉีดวัคซีนพร้อมสำเนา

3. ผู้ส่งออกควรจะนำสัตว์เลี้ยงมาตรวจสุขภาพสัตว์ก่อนการส่งออก ประมาณ 2-3 วัน .เนื่องจากบางครั้งอาจต้องรอคิวนานและทำให้ขึ้นเครื่องบินไม่ทัน

4.เมื่อเอกสารประกอบคำร้องถูกต้อง ครบถ้วน และสัตว์มีสุขภาพดี ด่านกักกันสัตว์จะออก ใบอนุญาตส่งออกสัตว์ไปต่างประเทศ (แบบ ร.9) และหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์ (Health Certificate) เพื่อนำไปแสดงต่อศุลกากร เจ้าหน้าที่สายการบิน และสัตวแพทย์ประเทศปลายทาง มีค่าธรรมเนียมการส่งออก (กรุณาสอบถาม ราคาในปัจจุบัน)

 

ขั้นตอนการนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร
1.ยื่นคำร้องขออนุญาตนำสัตว์เข้าในราชอาณาจักร (แบบ ร.1/1) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน ณ ด่านกักกันสัตว์ที่จะนำเข้า เช่น ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ, โดยมีเอกสารประกอบ ดังนี้
-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง
-สำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีบริษัท, ห้างหุ้นส่วน)
-หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรผู้มอบและผู้รับมอบ

2.ด่านกักกันสัตว์จะพิจารณาอนุญาต โดยออกหนังสือ Import permits และเงื่อนไขการนำเข้า (requirement) ให้แก่ผู้ยื่นคำร้องใช้เวลาดำเนินการ 2 วัน และผู้นำเข้าจะต้องนำไปแสดงต่อสัตวแพทย์ต้นทาง ให้ทำการตรวจและรับรองสุขภาพสัตว์

3.เมื่อสัตว์มาถึงด่านกักกันสัตว์ (ท่าเข้า)ผู้นำเข้าจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ประจำด่านกักกันสัตว์ นำเอกสารใบรับรองสุขภาพสัตว์พร้อมกับสำเนาImport permit มาแสดง เมื่อสัตวแพทย์ได้ตรวจเอกสารถูกต้อง ประกอบกับสัตว์มีสุขภาพดี ด่านกักกันสัตว์จะออกใบแจ้งอนุมัตินำเข้า (ร.6) และ ใบอนุญาตนำเข้า (ร.7) พร้อมทั้งเก็บเงินค่าธรรมเนียมการนำเข้า

4.สัตวแพทย์จะทำบันทึกสั่งกักสัตว์ไว้ดูอาการ ณ สถานที่กักกันสัตว์ ที่กรมปศุสัตว์รับรอง เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยในระหว่างการกักกันจะมีการตรวจสอบสุขภาพและผู้นำเข้าหรือเจ้าของจะเป็น ผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบและออกค่าใช้จ่ายของทั้งหมด

5.ผู้นำเข้าจะต้องนำใบ ร.6 และ ร.7 ไปแสดงต่อศุลกากรเพื่อเสียภาษีการนำเข้า (ถ้ามี)

 
 
ติดต่อซื้อ กล่องเดินทางสำหรับสุนัขทางเครื่องบินได้ที่
 
ชมรมผู้ฝึกสุนัขแห่งประเทศไทย
085-398-6273 / 086-899-5208 / 085-045-2076
กรุณาแจ้ง พันธุ์สุนัข อายุสุนัข ความสูงของสุนัข (วัดตั้งแต่พื้น-ศีรษะสุนัข)